“กระจอก ก็ต้องยอมรับ *แล้วกลับมาใหม่”

ปีแรกที่เราทำของขวัญปีใหม่แจกพนักงานที่ Createx โดย ให้จับฉลากแล้วเขียนข้อความให้กันเอง ทุกคนก็จะได้แก้วของตัวเอง เรายังทำแก้วกลางๆไว้แจกคนที่ร่วมงานกับเราในช่วงนั้น จะเป็น Qoute จากคนดังๆ เช่น

Logic will get you from A to B. Imagination will take you everywhere, Albert Einstein
No fear, No surprise, No hesitation, No doubt, Miyamoto Musashi
ฯลฯ

แล้วก็จะมีแก้วชุดนึงเขียนว่า “กระจอก ก็ต้องยอมรับ” พร้อม ดอกจันทร์เล็กๆว่า “แล้วกลับมาใหม่”

บางคนเห็นแก้วนี้แล้วก็บอกว่า คำมันรุงแรงจัง บางคนเห็นแก้วนี้แล้วก็บอกว่าเออก็ดีเอาไว้เตือนตัวเอง

แล้วตอนเราทำแก้วรุ่นนี้เราคิดอะไรกัน…

โลกนี้มันกว้างใหญ่ คนเก่งกว่าเรามันมีให้เห็นทุกวัน 

ผมนึกถึงตอนเพิ่งกลับมาทำงานที่เมืองไทยปีแรกที่บริษัทใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ และได้มีโอกาสทำ presentation ไปเสนอให้ผู้บริหารระดับสูง ผมทำ presentation ไปประมาณ 40 หน้า ผม present ไปได้ประมาณ 3 หน้า โดนไล่ถาม-ตอบคำถามของหน้านั้นจนจบประชุม ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าหน้านี้ผิด หน้าอื่นก็คงไม่ต้องดูเพราะมันก็ต้องผิดแน่ๆ

ผมออกจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกว่า เออจริง เราแม่งห่วยว่ะ ถ้าผมคิดแค่นี้ผมเชื่อว่าชีวิตการทำงานผมก็จบอยู่แค่นั้นแน่ๆ แต่นอกจากผมคิดว่า ผมห่วยแล้ว ผมยังดีใจที่ได้เห็นทางที่มันต่างออกไป ได้เห็นว่า แม่งมีวิธีคิดและวิธีทำอีกเยอะมากที่เรายังไม่ได้ค้นหาและทำมันออกมา ความรู้สึกตอนนั้นมันเลยกลายเป็น “เราแม่งห่วยว่ะ แต่เราเห็นทางที่มันพัฒนาได้แน่ๆ เดี๋ยวกลับมาเจอกันใหม่รอบหน้า” 

แล้วประชุมครั้งที่ 2 ผมได้ present จนจบ พร้อมกับ “คำชม” ที่ว่า “คุณลองไปทำมาให้ดีแล้วกัน” ซึ่งมองมุมไหนก็ไม่ได้ดูเป็นคำชมเลย แต่ที่ผมคิดว่ามันเป็นเพราะ จากที่ได้ present 3 หน้าแล้วไม่ได้ทำ ตอนนี้ได้เสนอจนจบแล้วยังได้ไปทำด้วย ผมออกจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกว่า “กูแม่งมีพัฒนาการว่ะ…หึหึ”

หัวหน้าคนแรกของการทำงานประจำที่เมืองไทย ชอบบอกว่า เราทำได้ทุกอย่างขอแค่เรามี “Can-do attitude”

ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ ถ้าเรามีความพยายามมากพอ เราก็ทำทุกอย่างได้

Love challenges, be intrigued by mistakes, enjoy effort and keep on learning. – Carol Dweck

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับประโยคที่อยู่บนแก้วใบนี้ สำหรับผมมันเหมือนเอาไว้เตือนตัวเองในวันที่เผลอคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ว่าในโลกนี้มันไม่มีอะไร perfect แปลว่ามันไม่มีดีที่สุด มันมีแต่ดีขึ้นได้อีก เราไม่สามารถจะคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันดีที่สุดแล้วตลอดเวลา การกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง มันทำให้ได้เรียนรู้ พัฒนา และปรับใช้ มันช่วยให้เราทำสิ่งๆนั้นได้ดีขึ้น เวลาที่เราคิดว่าเราเก่งแล้ว ให้เราไปดูว่ามันยังมีคนเก่งกว่าเราอีกเยอะมาก และควรจะดีใจที่ได้เห็นอะไรที่มันทำให้เรารู้ว่า โลกนี้มันกว้างใหญ่นัก เราแม่งยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนาอีกเยอะ

ไม่มีความผิดพลาดไหนที่เป็นความผิดพลาดถ้าเรายังได้เรียนรู้อะไรจากมัน แต่ถ้าเราไม่ยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้เรียนรู้เพื่อพัฒนา คิดว่าที่เราทำอยู่มันดีสุด เจ๋งสุดแล้ว เราก็คงจะได้อยู่แค่ในโลกใบเล็กๆของตัวเองโดยที่ไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว

เปิดบริษัทมาจะ 8 ปีแล้ว ยังรู้สึกว่าเป็นผู้บริหารที่กระจอกอยู่เลย แต่เพราะคิดแบบนี้ เลยเชื่อว่าบริษัทนี้มันทำได้ดีมากกว่านี้อีกเยอะ

ถ้าจะให้เขียนข้อความบนแก้วนี้ใหม่ในวันนี้ คงจะเขียนว่า

ยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด

พัฒนาตัวเองในทุกๆวัน

ตื่นเต้นกับความกว้างใหญ่ของจักรวาล